แบน บล็อก และความเขิ่ง

เรื่องของแบน บล็อก และความเขิ่ง
                                                               
โดย Devil Girls

 

 

ไทยบล็อก(block)ยูทิวบ์หลังพบคลิปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รัฐบาลทหารพม่าปิดกั้นการเข้าถึง

blogger.comและจับบล็อกเกอร์คนสำคัญของ NLD เว็บไซต์สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันถูกปิด  ศาลฝรั่งเศสสั่งแบนเว็บไซด์นักเรียนให้คะแนนครู จีนบล็อกยูทิวบ์เหตุแพร่ภาพประท้วงจีนในทิเบต ญี่ปุ่นเล็งควบคุมเว็บไซด์ข่าวที่มีคนเข้าอ่านมากและมีอิทธิพล    ปากีสถานบล็อกยูทิวบ์อ้างพบคลิปหมิ่นศาสนาอิสลาม  วิศวกรหนุ่มชาวโมร็อคโกถูกตัดสินจำคุก๓ปีหลังเล่นfacebook(คล้ายHi5) เพราะใช้ชื่อพระอนุชาคนสุดท้ายของกษัตริย์เข้าล็อคอิน  บล็อกเกอร์จำนวนมากถูกแบนเว็บบล็อก(weblog)ของตัวเองจากผู้ดูแลระบบ  บราซิล อิหร่าน โมร๊อคโค ซาอุดิอาระเบีย ซีเรีย ไทย ตุรกี  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คือรายนามประเทศที่เคยบล็อกและกำลังบล็อกยูทูบว์
 
 

 

ทั้งบล็อกทั้งแบน อุ๊แม่เจ้า !!

           ถ้าอ่านผ่านกรณีข้างต้นมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกว่าก็ไม่เป็นอะไรนี่ บล็อกก็บล็อก แบนก็แบน Devil Girls ก็ขอแนะนำให้เปิดไปอ่านหน้าอื่นดีกว่าเจ้าค่ะจะเป็นประโยชน์กว่าเยอะ  แต่สำหรับใครที่ยังอยากรู้ต่อว่าแล้วจะทำยังไงกันดี ทำไมมันเป็นอย่างนี้(วะ) หรือไอ้สิ่งที่เกิดนี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาในพื้นที่แห่งเสรีภาพนี้เสียแล้ว อย่างนั้นคุณก็เปิดถูกหน้าแล้วล่ะ!!  
          พอเกิดปรากฏการณ์ตามบี้ตามแบนกันบ่อยเข้า ก็เกิดคำถามกับโลกเสมือนที่(น่าจะ)เสรีและไร้พรมแดน โลกเสมือนที่ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้และไม่มีอะไรที่จะค้นไม่พบ(เว้นแต่จะหาไม่เป็นเอง) อันเป็นพื้นที่ที่ไม่ควรมีใครเป็นเจ้าของ(แต่ที่ต้องการหรือพยายามจะเป็นน่ะมีเยอะ) การปิด การแบน(
ban) หรือบล็อก(block)จึงไม่ใช่แค่สกัดกั้นไม่ให้เข้าถึงข้อมูลหรือทำลายเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่ยังเป็นการปะทะกับตัวตน กับการแสวงหาตัวตน และอำนาจของปัจเจกชนนับล้านอย่างกรณีแบนเว็บบล็อก(weblog/blog) ที่ทำให้ผู้สร้างบล็อกเข้าใช้งานในบล็อกตนเองไม่ได้ ทั้งยังกระทบกับความสัมพันธ์ของเครือข่ายหรือชุมชนขนาดใหญ่ อย่างการบล็อก(block)เว็บยูทิวบ์หรือเว็บไซต์ยอดนิยมต่างๆ

 

                 มานั่งนึกๆดู การ แบน  ปิด บล็อกที่กระทำต่อวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีลักษณะเหมือนปลาดาวที่สร้างปลาดาวตัวใหม่ได้จากระยางที่หลุดออกไป มากกว่าจะเป็นแมงมุมที่แค่โดนเด็ดหัวก็ซี้แหง  ช่างเป็นการกระทำที่ บูด บิดเบี้ยว และเขิ่ง เอามากๆของผู้มีอำนาจทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นรัฐ เว็บมาสเตอร์หรือผู้ดูแลระบบ ซึ่งน่าจะมีเป้าหมายเพื่อการเชือดไก่ให้ลิงดูมากกว่าต้องการลงโทษผู้กระทำจริงๆ 

 

                มานั่งนึกๆดูก็น่าเห็นใจผู้มีอำนาจพวกนี้อยู่หรอกที่ทำอะไร บูด บิดเบี้ยว และเขิ่งแบบนี้ออกมา ก็คงด้วยความ ไม่ประสา กับโครงสร้าง การทำงาน หรือกลไกของโลกเสมือนที่ขับเคลื่อนไปด้วยพลังที่มองไม่เห็น มีพื้นที่กว้างใหญ่ ทั้งควบคุมจัดการได้ยากกว่าเดิม แถมเต็มไปด้วยช่องทางการกระจายข้อมูล(ที่ประชาชนไม่ควรรู้)อยู่สารพัด เต็มไปด้วยมือสมัครเล่นที่สลายอำนาจผูกขาดและการครอบงำจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนมีตัวตนได้และไม่ใช่แค่ผู้ถูกดู     ที่ผ่านมา อำนาจ รัฐ คุ้นเคยแต่กับม๊อบที่วิ่งไล่จับแกนนำได้เป็นตัวๆหรือฝูงชนที่สลายกันให้เห็นๆได้เลย พอมาเจอวัฒนธรรมใหม่เลยได้แต่สร้างดวงตาที่ไร้คุณภาพมาคอยสอดส่องเท่าที่จะมีปัญญา และหากเป็นอำนาจทุน ก็คุ้นเคยกับการเป็น เจ้าข้าวเจ้าของ หรืออภิสิทธิ์ของคนเฉพาะกลุ่ม พอนึกอยากเล่นกับเขาบ้างด้วยการเปิดให้บริการพื้นที่เขียนเว็บบล็อก และด้วยการประกาศว่าทุกคนเป็นนักข่าวได้… พี่แกก็แสดงความเป็นเจ้าของและอาการเห่อของใหม่ออกมาได้เขิ่งเป็นที่สุด ซึ่งแสดงถึงความอ่อนหัด ทั้งไม่เข้าใจโครงสร้างหรือวัฒนธรรมในพื้นที่นี้สักเท่าใดนัก เลยนำวิธีคิด วิธีควบคุมสื่อทีวีหรือหนังสือพิมพ์แบบเก่าๆมาใช้จัดการ  อย่างการแบนเว็บบล็อกที่ขัดต่อความเชื่อของตัวเอง ทั้งยังทิ้งซากไว้ประจานให้ลิงดูอีกต่างหาก ขออภัยครับบล็อกนี้ถูก แบน !!!!!  แต่คงลืมไปว่า ลิงบางตัวก็ไม่กลัวนาน แล้วไก่อีกหลายตัวตายยากกว่าที่คิด

ยิ่งปิดยิ่งปูด


               การได้เข้าไปในพื้นที่ ต้องห้าม ได้เป็นเรื่องท้าทายพลเมืองในโลกไซเบอร์เป็นที่สุด เพราะมันเป็นแบบหนึ่งของการแสดงตัวตนและความเจ๋งให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อเกิดการปิดเว็บไซต์หรือแบนเว็บบล็อกจึงไม่ได้มีแต่คำว่าก็ได้ แต่จะเกิดการกระจาย วิธีการเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดให้เกลื่อนหน้าจอ   เกิดเว็บบล็อกของ ไก่ที่ถูกเชือดผุดขึ้นมาในพื้นที่บริการอื่นที่มีให้เลือกมากมาย และมีคนเข้าอ่านเยอะกว่า เพื่อตะโกนให้คนอื่นมองเห็นความเขิ่งของพื้นที่เก่า  หรือเกิดกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพในโลกไซเบอร์ขึ้นมาให้เราเห็นเป็นบุญตา เช่น กลุ่มขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด , กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT) ซึ่งเขียนจดหมายพุ่งตรงไปถึงซีอีโอของกูเกิ้ลทันทีที่มีท่าทีบ้าจี้จะมาช่วยสอนให้รัฐไทยเซ็นเซอร์เฉพาะบางคลิป ในยูทิวบ์ที่เห็นว่ามีปัญหา แทนการปิดทั้งเว็บ(แบบโง่ๆ)อย่างที่ทำอยู่ หรืออย่างมูลนิธิ EFF ในอเมริกา ก็ก่อตั้งมาเพื่อช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในโลกไซเบอร์ และรณรงค์ต่อต้านการออกกฎหมายควบคุมที่ไม่เข้าท่า ต่อต้านการดักฟังโทรศัพท์ การแอบดูข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ต ฯลฯ  EFFยังจัดมอบรางวัล Pioneer Awards เป็นประจำทุกปี โดยให้แก่บุคคล องค์กร หรือเครือข่ายที่มีผลงานใดๆก็ตามที่จะนำไปสู่เสรีภาพในการใช้และเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตได้        

                                                                                               

                แล้วเพื่อไม่เห็นเป็นแค่การมาบ่นพร่ำไปวันๆ Devil Girls เลยรวบรวมข้อเสนอมาจากสองไก่ เอ้ย! สองหนุ่มที่เคยโดนแบนบล็อกมาเป็นแนวทางไว้ เผื่อเกิดสึนามิแบบนี้กับคุณเข้าให้บ้าง  ก็ถ้าเกิดอาการล็อกอินไม่ได้ หรือได้แต่เขียนอะไรไม่ได้เลย , เปิดเข้าไปแล้วมีตัวการ์ตูนหน้าประหลาดยกมือไหว้จนรับไหว้แทบไม่ทัน , เนื้อหาบางส่วนหายไป , หน้าบล็อกขาวโพลน ฯลฯ นั่นแหละ สันนิษฐานว่าโดนเข้าให้แล้ว ส่วนเว็บไซต์ที่ถูก       จัดการ จนเข้าไม่ได้ ก็มีวิธีการมาฝากเหมือนกันเจ้าค่ะ ทั้งหมดนี่ก็ด้วยความอยากลองดีและนึกสงสัยครามครันว่า  ใครกันหนอ เป็นผู้ที่จะมีสิทธิตัดสินหรือสมควรตัดสินว่าข้อมูลใดควรได้รับการเผยแพร่หรือควรเป็นความลับ ซึ่งดูเหมือนทุกวันนี้บรรทัดฐานจะอยู่แค่ว่า เป็นสิ่งที่ ไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  หากมาตรวัดของประเทศไทย(และประเทศอื่นๆ) ยังมีอยู่เพียงเท่านี้ Devil Girls ก็ขอให้วัฒนธรรมการ หลบเลี่ยง จงเจริญยิ่งๆขึ้นเถอะ ยะฮู้!!!

 

 

ข้อควรทำเมื่อถูกแบนเว็บบล็อก 

                ๑. รวบรวมสติของคุณให้ดี ปรับจังหวะการหายใจให้เป็นปกติ โปรดจำไว้ว่าไม่ใช่คุณคนเดียวที่โดนแบน ผมก็โดนเหมือนคุณแหละครับ

๒.ถ้าคุณยังสามารถล็อกอินเข้าสู่ระบบได้อยู่ ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเป็นการแบนประเภทไหน  แบนเป็นบางเนื้อหา  แบนแล้วยังเข้าระบบได้ หรือแบนทั้งหมดทั้งสิ้น ซึ่งก็คือไม่ได้แบนในสิ่งที่คุณเขียน แต่แบนที่ตัวคุณนั่นแหละ (เหมือนที่ผมโดน) ก็สงบสติแล้วแผ่เมตตาให้เขา(ผู้ดูแลระบบ)สักพักก่อนจะเริ่มค้นหาอีเมล์ของเขา แต่โดยมากผู้ดูแลจะต้องเปิดบล็อก ตุ่น ๆ ไว้หนึ่งบล็อกเพื่อติดต่อกับบล็อกเกอร์ทั้งหลาย
                ๓.ถ้าคุณยังล็อกอินได้อยู่แล้วยังสามารถพิมพ์ข้อความแสดงความคิดเห็นในบล็อกอื่น ๆ ได้ด้วย ก็เข้าไปแสดงตนว่าคุณรู้แล้วว่าโดนแบนในบล็อกตุ่นๆของเขานั่นแหละ อาจใช้ถ้อยคำที่จะทำให้ผู้ดูแลระบบประสาทเสียไปสักพัก  

๔. หลังจากนั้นให้เปิดบล็อกใหม่ครับ ถ้าโดนแบนไอพีแอดเดรสด้วย ให้หาโปรแกรมโกงไอพีมาใช้ หรือไม่ก็ใช้เครื่องตามร้านอินเทอร์เน็ต (และควรจะไปไกล ๆ บ้านสักหน่อย เผื่อเขาไล่ตามได้) ถ้าต้องใช้รหัสบัตรประชาชน ให้ใช้รหัสและชื่อนามสกุลของคนที่เป็นมิตรแท้กับคุณ  เมื่อเปิดบล็อกอีกครั้ง(ในพื้นที่เดิม)ได้แล้ว ให้เขียนเนื้อหาที่ เล่นกับผู้ดูแลให้สนุกไปเลย

๕.  หากไม่มีใครให้คุณยืมชื่อนามสกุลรวมทั้งหมายเลขบัตรประชาชน  ให้คุณย้ายไปอยู่ที่บล็อกอื่น ๆ สร้างชุมชนขึ้นมาครับ รวมกลุ่มกันโวยวาย แต่ควรจะเป็นลักษณะสัญลักษณ์ อย่าตรงจนเกินไป อย่าหยาบ (เพราะจะไม่น่าเชื่อถือ) ควรสวมบทบาทของนักประชดประชันผู้มากล้นด้วยสีสันและความรุ่มรวยทางศิลปะ เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ยิ่งดีหรือจ้างนักแปลเสียเลยจะได้ส่งไปทั่วโลก ทำให้ระบบเว็บบล็อกที่เก่า(ที่แบนคุณ)กลายเป็นดีสนีย์แลนด์ของเหล่าบรรดาผู้ที่โดนแบน  โดยอย่าลืมส่งลิ้งค์เป็นสาส์นเชิญไปให้ผู้ดูแลระบบของคุณเข้ามาอ่านด้วย

๖. แล้วหากมีผู้ใช้งานซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเว็บบล็อกแห่งใหม่ของคุณ ในทำนองเข้าข้างที่เก่าของคุณล่ะก็ เตรียมตัวดีใจได้เลยเพราะแสดงว่าเป้าหมายของคุณที่ชักจะเหลืออดแล้วล่ะ ครั้นจะเข้ามาอย่างโจ่งแจ้งก็กระไรอยู่ เลยปลอมตัวเข้ามาอย่างเหนียม ๆ

๗. ถ้าได้ผลแบบข้อ ๖. ก็ถือโอกาสนี้ใช้คำประเภท ผมเตือนคุณแล้ว บอกเขาไป และพูดถึงเสรีภาพในการพูดและการเขียนให้มาก ๆ พูดถึงเรื่องสิทธิในการแสดงออกต่าง ๆ  

                อ้อ… โดยทั้งนี้ คุณต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เขาไม่ได้แบนเพราะคุณทำตัวห่วย ๆ เองนะครับ…

ไมค์ เอช

 

                 .   ตรวจสอบการใช้งานของคุณว่าผิดกฏกติกาข้อไหนของบล็อกดังกล่าวหรือไม่ หากพบว่าคุณไม่ได้ทำผิดใดๆ ให้นึกทบทวนว่าได้กระทำอะไรบ้างที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือทำให้ผู้ดูแลไม่ชอบขี้หน้าคุณหรือเปล่า อย่างเช่นไปวิจารณ์การทำงานอันไม่เป็นสัปปะรดของเขา (อย่าลืมว่าบางครั้งเว็บมาสเตอร์งี่เง่าก็มักใช้อำนาจในทางมิชอบอยู่บ่อยครั้ง )

            .       เปิดบล็อกแห่งใหม่ทันทีที่บล็อกของคุณถูกสั่งปิด ขอแนะนำให้เป็นบล็อกที่เปิดให้บริการ

ในต่างประเทศ เช่น http://www.blogger.com หรือ http://www.wordpress.com  จะได้ใช้บล็อกแห่งใหม่เป็นกระบอกเสียงของคุณได้ในทันที ทั้งสองบล็อกที่แนะนำสมัครได้ไม่ยุ่งยากภายในไม่กี่นาทีและมีฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นภาษาไทยแล้ว ค่อยๆเรียนรู้การใช้งานไป ซึ่งไม่ยากกว่าความสามารถของคุณแน่นอน
            .     โพสเรื่องราวความเป็นมากรณีที่บล็อกของคุณถูกแบน พร้อมกับลงข้อความเดียวกันตามเว็บบอร์ดต่างๆที่คุณคิดว่ายังมีผู้คนที่รักความยุติธรรม อย่างน้อยเรื่องการแบนอย่างขาดจริยธรรมจะได้ไม่ถูกเก็บเงียบ  มันสำคัญตรงที่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่า คุณไม่ได้ยอมให้ความอยุติธรรมดำรงอยู่อย่างสง่าผ่าเผยต่อไป  นอกจากนี้คุณต้องพยายามแนะนำให้เพื่อนๆ อ่าน และช่วยกันส่งต่อไป ให้ได้รับรู้ในวงกว้าง

ปุถุชน

 

 

**ไมค์ เอช และ ปุถุชน (และอีกหลายคน) ถูกแบนเว็บบล็อกตัวเอง ซึ่งเปิดให้บริการโดยบริษัทสื่อใหญ่แห่งหนึ่ง โดยสันนิษฐานว่ามีเหตุมาจากการที่นำบทความ “Your Blog Is Banned By Me, Your Second Big Brother ของบล็อกเกอร์คนหนึ่ง ที่เขียนวิจารณ์การทำงานของผู้ให้บริการนั้นๆ มาลงเผยแพร่ในบล็อกของตน  ในกรณีของปุถุชน เริ่มจากการจัดรูปแบบบล็อกที่ทำให้พื้นที่โฆษณาเหลือน้อยจนถูกตักเตือนจากผู้ดูแล แต่ก็ยิ่งทำให้นึกสนุก เลยท้าท้ายต่อเนื่องด้วยการเขียนบทกวีเสียดสี ฮิตเลอร์หวัดดีพวก!!!” แล้วนำออกเผยแพร่ในอีกเว็บบล็อกหนึ่ง รวมทั้งตั้งกระทู้ถึงการทำงานและบรรทัดฐานของผู้ดูแลระบบ ซึ่งมีผู้เข้าอ่านและแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก แต่ในที่สุดก็ทำให้ ที่เก่า ถูกแบนอย่างสมบูรณ์ตลอดกาลนาน ปัจจุบันปุถุชนได้อำลาไปสร้างสาธารณรัฐกวีนิพนธ์ยัง  wordpress.com  อย่างไม่ลืมจะสร้างอนุสรณ์รำลึกให้กับ เสรีภาพของสื่อและเว็บมาสเตอร์แสนเขิ่ง ผู้นั้น (ตามอ่านกรณีเซ็นเซอร์แบนบล็อกด้วยวิจารณญาณของคุณเอง ได้ที่         อ่านกรณีเซ็นเซอร์และแบนบล็อกต่อได้ที่   www.iteau.wordpress.com/2008/01/11/blogcensorshipthai/ และ  www.putushon.wordpress.com

 

  


ถึงปิดก็จะเข้า

                วิธีเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดมีหลายช่องทาง เรียกกันว่าเทคโนโลยีหลบเลี่ยง  แต่ขอเก็บมาฝากพอหอมปากหอมคอก่อนแล้วกัน ซึ่งใครจะเลือกใช้แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น   ความเร็วอินเทอร์เน็ต  ความเข้าใจทางเทคนิค ทักษะ  มีคนรู้จักที่ไว้ใจได้อยู่ในประเทศที่ไม่ถูกปิดกั้น ความสำคัญของข้อมูล ฯลฯ

 

พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ (proxy server)

                เป็นตัวกลางในการเก็บข้อมูล โดยดึงข้อมูลจากที่ต่างๆมาอยู่ในนี้เพื่อการเรียกใช้ได้ง่ายและเร็ว ด้วยการทำงานแบบตัวกลางทำให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรากับเว็บไซต์ปลายทาง(ที่ถูกปิด)ได้โดยปกปิดต้นทางที่แท้จริง ไอพีที่ปรากฏจะเป็นของเครื่องพร็อกซี่  แต่การเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดจะต้องเป็นไอพีของพร็อกซี่ในต่างประเทศด้วย    เราสามารถหาพร็อกซี่เซอร์เวอร์ที่มีไอพีต่างประเทศด้วยการค้นคำว่า unblock proxy ในกูเกิ้ล ซึ่งก็จะปรากฏเว็บไซต์นี้ขึ้นมาราว ๑,๗๕๐,๐๐๐ ลิงค์ !!! แล้วก็เพียงแค่พิมพ์ URL ของเว็บไซต์ที่ถูกปิดลงไปเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกรรม   นี่เป็นวิธีอย่างง่ายที่สุด  เหมาะกับการดูข้อมูลที่ไม่สำคัญมาก ใช้ในสถานการณ์ความเสี่ยงต่ำ แต่อาจไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ที่ต้องล็อคอินก่อนได้ แล้วด้วยความง่ายก็ทำให้ผู้กรองข้อมูลค้นเจอง่ายเหมือนกันแล้วก็จะจัดการปิดมันซะด้วยเลย หลักการซ่อนต้นทางแบบพร็อกซี่นี้เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีหลบเลี่ยงทั้งหมด

 

ซอฟแวร์หลีกเลี่ยง
                 เป็นโปรแกรมสำหรับเข้าเว็บไซต์ที่ถูกบล็อก(block)
  ซึ่งวิธีการคือนำโปรแกรมประเภทนี้มาลงในคอมพิวเตอร์ของเรา  แล้วเมื่อเราเปิดหน้าเบราเซอร์เพื่อเข้าเว็บไซต์ทั่วและที่ถูกปิด โปรแกรมตัวนี้ก็จะทำงานคู่กันไปโดยจะปกปิดไอพีที่แท้เช่นเดียวกับพร็อกซี่(แต่โปรแกรมเหล่านี้ทำงานซับซ้อนกว่า) โปรแกรมหลบเลี่ยงมีให้เลือกหลายชนิด เช่น Tor ,Torbutton , FoxyProxy  , UltraSurf  , Psiphon , OperaTor(ตัวนี้ไม่ต้องติดตั้งเลยใช้งานตามร้านอินเทอร์เน็ตได้) ดาวน์โหลดโปรแกรมหลีกเลี่ยงฟรีได้ที่ www.mininova.org/tor/752343 หรือค้นหาจากกูเกิ้ลด้วยคำว่า censorship circumvention software , anti-censorship software , anonymous proxy  เป็นต้น  

 

แล้วถ้าอยากหลีกเลี่ยงให้ได้มากกว่านี้ ก็ตามไปเจอกันที่ www.facthai.wordpress.com

 

*เรื่องของแบน บล็อก และความเขิ่ง จากคอลัมน์ ลองD โดย Devil Girls ปาจารยสาร ปีที่ ๓๒ ฉบับที่ ๔ มีนาคม-เมษายน ๒๕๕๑

 

 

Advertisements

อุโมงค์ในรอยเท้า

อุโมงค์ในรอยเท้า

 

รอยเท้าของดอกไม้บนผืนป่า

กัดกินจินตนาการแห่งดวงดาว

ระยิบพราวใต้ค่ำคืนที่แสงสุกสกาว

ในอุโมงค์แห่งความฝัน

ฉันเห็นหญิงสาวดุ่มเดินบนถนนสีขาว

รอยเท้าสีแดงเพลิงทอดยาวเป็นสาย

ระโยงระยางราวใบไม้ร่วงทับถม

หยดน้ำบนใยแมงมุมราวตาข่ายจักรวาล

สะท้อนภาพเงาร่างของเธอ

โลกหลายใบเหลื่อมอัญมณี

หากดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่อง

รุ้งล้านสีพรูพรั่งกระหวัดเกี่ยว

อาจเป็นดอกไม้กลีบเศร้าที่สุด

โรยร้างกิ่งในฤดูผลัดใบ

ปากกระบอกปืนไฟเปล่งฉาน

เลือดสาดนองเจิงบนทางสายนั้น

เสียงร่ำไห้จากที่ห่างไกล

สุสานบนชั้นฟ้าถล่มทลายครืน

อสุนิบาตแผดลั่น

ตัดผืนแผ่นฟ้ากระจุยกระจาย

ขบวนแห่ไว้ทุกข์ในชุดสีดำใหม่เอี่ยม

เงียบใบ้เฉกเช่นศิลาเหนือหลุมฝังศพ

 

ซะการีย์ยา อมตยา

 

 

พิมพ์ครั้งแรก ใน จุดประกายวรรณกรรม วันอาทิตย์๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

 

 

 

 

5555555555555

Fleurons of Hope by Max Kisman

5555555555555

 

 

SP แกเลอรี่ปิด

ภาพถ่ายขาวดำจึงไม่ได้เห็น

เตร่แถวร้านหนังสือตรอกข้าวสาร

ได้ Paul Celan มาเล่มหนึ่ง

กลับที่พักดีกว่า

มีงานแปลอีกหลายชิ้นรออยู่

บก ทวงยิกยิกหลายวันแล้ว

บนรถเมล์สายหก

สาวน้อยวัยเปรี้ยวจี๊ด

สวมเสื้อ Coca-Cola เบอร์ 10

กระแทกเสียงเข้าโทรศัพท์มือถือ

คืนนี้กระทืบคน

เตรียมตีนไว้ด้วย

อะโห่..กระเป๋ารถเมล์สะดุ้ง

เสียงโหวกเหวกของยวดยาน

ผู้คนเลิกงานวิ่งแข่งกับเวลา

บันไดรถทำงานหนัก

ก้าวขึ้นก้าวลง

เสียงเธอคนนั้นแทรก

คืนนี้มีตบด้วยน่ะโว๊ยยยย

ป้ายต่อไปเห็นสะพานลอยมาแต่ไกล

ผมดีดตัวลงมา

ก่อนที่รถเมล์คันเล็กกระชากเกียร์จากไป

จับราวสะพานสีสแตนเลส

ค่อยค่อยขยับสาวเท้าขึ้น

ทัศนียภาพเมืองที่แน่นด้วยรถรา

ผู้คนกำลังกลับบ้านกลับช่อง

บนสะพานมีคำเตือน

โปรดระวัง คนร้ายก่อเหตุบนสะพานลอย

ผมตรวจดูเชือกผูกรองเท้า

รีบดิ่งลงมา

ก่อนที่ผมจะกลายเป็นผู้ถูกกระทำ

หรือเป็นผู้กระทำเสียเอง!

5555555555555

 

ซะการีย์ยา อมตยา

๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑

 

 

 

Mr. Pitiful นายเปรมปรีดิ์

MATT COSTA LYRICS – Mr Pitiful

Oh Mr. pit
Oh Mr. pit
Mr. pitiful
Who let you down?
Who let you down?
Who let you down?

You still don’t believe
You don’t believe
You don’t believe
That greed’s for a show
Your soap box unfolds

But, please come down from that cloud
You see at all I don’t expect you to admit that you were wrong
Just wanna know how you’ve been
Don’t make me feel bad that we’re still friends
Started it all over in my bed

I hope that you see through your picket
I hope that you see through your big yard and white picket fence
To make amends, to still be friends, to still be my friend

So where did you go?
Where did you go?
Where did you go?
While I was out
While I was out
While I was out

Well I don’t believe
I don’t believe
I don’t believe
Everything was seen
And if you don’t like the movie then quit at me

But, please come down from that cloud
You see at all I don’t expect you to admit that you were wrong
Just wanna know how you’ve been
Don?t make me feel bad that we’re still friends
Started it all over in my bed

I hope that you see through your picket
I hope that you see through your big yard and white picket fence
To make amends, still be friends, still be friends, to still be my friend, still be my friend, still be my friend

More music from Matt Costa

Manifiesto

แด่…วิคเตอร์ จารา

เสียงของคุณตกกระทบราวสายฝนต้องดวงวิญญาณของฉัน
วิญญาณอันอ่อนล้าดวงนี้พ่ายแพ้แก่ชีวิตปรารถนาเพียงคำปลอบโยน
ดอกฝนพรั่งพรูพรมโปรยหยาดชุ่มฉ่ำอันมิอาจสรรถ้อยอธิบาย
ฉันรู้สึกถึงดอกไม้กำลังแทงรากแตกใบในอาณาจักรอันไร้สุข
ฉันกำลังเดินไปบนทางที่เจิงนองไปด้วยสายน้ำ
ไออุ่นดินลอยเป็นหมอกบางปกคลุมถนนที่จะนำฉันกลับบ้าน

ซะการีย์ยา อมตยา/๑๔ พฤษภ ๕๑

Víctor Jara was a Chilean teacher, theatre director, poet, singer-songwriter, and political activist.

more music at Myspace

ต้นไม้

เพลงจั๊กจั่น