บทเพลงแห่งการปลดปล่อย

artwork by popartuk.com

บทเพลงแห่งการปลดปล่อย

โจรสลัดชรา  ใช่แล้ว พวกมันปล้นข้ามา
แล้วขายข้าให้แก่พ่อค้าเรือเดินสมุทร
ไม่นานหลังจากพวกมันฉุดข้าขึ้นมา
จากหลุมคอกลึกสุด
ทว่ามือของข้ากลับกลายแกร่งกล้า
ด้วยหัตถ์แห่งพระผู้ทรงฤทธานุภาพ
เราจึ่งส่งผ่านถึงคนรุ่นนี้
อย่างผู้มีชัยชนะ
แล้วเธอจะไม่ช่วยกันขับขาน
บทเพลงแห่งอิสรภาพกันดอกฤๅ
เพราะประดาทั้งหลายเท่าที่ข้าเคยมี
เพียง-บทเพลงแห่งการปลดปล่อย
บทเพลงแห่งการปลดปล่อย
เธอจงปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นทาสทางจิตใจ
ไม่มีใครนอกจากตัวเราเองที่จักปลดเปลื้องจิตใจเราได้
อย่าได้หวาดหวั่นต่อพลานุภาพแห่งปรมาณูเลย
เพราะหามีผู้ใดจากพวกมันหยุดยั้งกาลเวลาลงได้
แล้วพวกมันจะเข่นฆ่าเหล่าศาสดาของเราอีกนานแค่ไหน
ขณะที่เราได้แต่ยืนมองดูอยู่ข้างข้าง  โอว์
บางคนกล่าวว่ามันเป็นเพียงตอนหนึ่งเท่านั้น
เราจักต้องช่วยกันเติมเต็มพระคัมภีร์ให้สมบูรณ์

ซะการีย์ยา อมตยา แปล
จาก
Redemption song ของ Bob Marley

Across The Universe

Mr. Pitiful นายเปรมปรีดิ์

MATT COSTA LYRICS – Mr Pitiful

Oh Mr. pit
Oh Mr. pit
Mr. pitiful
Who let you down?
Who let you down?
Who let you down?

You still don’t believe
You don’t believe
You don’t believe
That greed’s for a show
Your soap box unfolds

But, please come down from that cloud
You see at all I don’t expect you to admit that you were wrong
Just wanna know how you’ve been
Don’t make me feel bad that we’re still friends
Started it all over in my bed

I hope that you see through your picket
I hope that you see through your big yard and white picket fence
To make amends, to still be friends, to still be my friend

So where did you go?
Where did you go?
Where did you go?
While I was out
While I was out
While I was out

Well I don’t believe
I don’t believe
I don’t believe
Everything was seen
And if you don’t like the movie then quit at me

But, please come down from that cloud
You see at all I don’t expect you to admit that you were wrong
Just wanna know how you’ve been
Don?t make me feel bad that we’re still friends
Started it all over in my bed

I hope that you see through your picket
I hope that you see through your big yard and white picket fence
To make amends, still be friends, still be friends, to still be my friend, still be my friend, still be my friend

More music from Matt Costa

Manifiesto

แด่…วิคเตอร์ จารา

เสียงของคุณตกกระทบราวสายฝนต้องดวงวิญญาณของฉัน
วิญญาณอันอ่อนล้าดวงนี้พ่ายแพ้แก่ชีวิตปรารถนาเพียงคำปลอบโยน
ดอกฝนพรั่งพรูพรมโปรยหยาดชุ่มฉ่ำอันมิอาจสรรถ้อยอธิบาย
ฉันรู้สึกถึงดอกไม้กำลังแทงรากแตกใบในอาณาจักรอันไร้สุข
ฉันกำลังเดินไปบนทางที่เจิงนองไปด้วยสายน้ำ
ไออุ่นดินลอยเป็นหมอกบางปกคลุมถนนที่จะนำฉันกลับบ้าน

ซะการีย์ยา อมตยา/๑๔ พฤษภ ๕๑

Víctor Jara was a Chilean teacher, theatre director, poet, singer-songwriter, and political activist.

more music at Myspace

The Metamorphosis

 Short film by Carlos Atanes

เมื่อเกรเกอร์ ซามซาตื่นเช้าวันหนึ่งจากฝันอันแสนยากเข็ญ

เขาพบว่าตัวเองได้กลายเป็นแมลงตัวเขื่องอันน่าสยดสยองตัวหนึ่ง

 

 

 

The Metamorphosis สำหรับผู้ที่เคยอ่านนิยายขนาดสั้นของ ฟรานซ์ คาฟก้า ย่อมจะเข้าใจหนังสั้นเรื่องนี้ได้ในทันที สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ ผมขอเล่าสั้นๆ ดังนี้

The Metamorphosis ในพากษ์ภาษาไทยใช้ชื่อ  “กลาย” เรื่องมีอยู่ว่าเช้าวันหนึ่งเมื่อตัวละครหลักตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้กลายเป็นแมลงชนิดหนึ่ง จากที่เคยเป็นมนุษย์ดีๆ ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงให้ต้องจำขังตัวเองอยู่แต่ภายในห้อง วงจรชีวิตกลับกลายเป็นราวหน้ามือกับหลังมือ เรื่องราวไม่ได้ออกไปไหนเลยวนอยู่แต่ในบ้านของตัวละครหลักนั่นเอง

อมตนิยายของคาฟก้าเริ่มเปิดเรื่องด้วยประโยคที่ว่า..

As Gregor Samsa awoke one morning from uneasy dreams he found himself transformed in his bed into a monstrous vermin.

ต้นฉบับในภาษาเยอรมัน :

Als Gregor Samsa eines Morgens aus unruhigen Träumen erwachte, fand er sich in seinem Bett zu einem ungeheueren Ungeziefer verwandelt.

 

ตอนที่นิยายเล่มนี้จะตีพิมพ์ครั้งแรกผู้จัดพิมพ์จะขอลงภาพวาดแมลงลงในภาพปก แต่ผู้เขียนปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นการจำกัดจินตนาการของผู้อ่าน คาฟกาอยากให้แมลงตัวเขื่องนั้นมีรูปลักษณ์ของมันตามแต่ผู้อ่านของเขาจะจินตนาการ..

 

คลิกอ่านเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับ ๑. ฟรานซ์ คาฟก้า  

๒. กลาย – หนังจากหนังสือของ ฟรันซ์ คาฟกา

หนึ่งร้อยเพลงที่ควรฟังก่อนตาย

 

บทเพลงแด่..ไซอะรีน  

 

 

ลอยเคว้งคว้างบนนาวาไร้คลื่นสมุทร

ฉันทำทุกอย่างเท่าที่ฉันจะทำได้เพื่อจะยิ้ม

กระทั้งดวงตาขับขานบรรเลงเพลงและนิ้วมือของเธอ

ชักชวนฉันให้หลงใหลเกาะแก่งแห่งเธอ

แล้วเธอก็ร้องเพลง

แล่นมาหาฉัน

แล่นมายังฉัน

ให้ฉันได้โอบกอดคุณ

ฉันอยู่ที่นี่

ฉันอยู่ที่นี่

เฝ้ารอเพื่อที่จะโอบกอดคุณ

ฉันฝันว่าเธอฝันถึงฉันใช่ไหม? 

เธอเผ่นหนีหรือเปล่าเมื่อฉันเป็นสุนัขจิ้งจอก?

ตอนนี้เรือเขลากำลังเอนเอียง

อกหักพลาดรักบนแก่งผาของเธอ

เมื่อเธอร้องถึง อย่าได้สัมผัสฉัน อย่าได้สัมผัสฉัน กลับมาอีกครั้งพรุ่งนี้

โอ้ ดวงใจฉัน โอ้ ดวงใจฉันตื่นตระหนกด้วยความกลัว

  

ฉันสงสัยราวกับเด็กแรกเกิด

ฉันเผชิญกับความระส่ำระส่ายเบื้องกระแสน้ำกรากเชี่ยว

ฉันควรยืนท่ามกลางเหล่าผู้แตกสลาย?

ฉันควรนอนลงกับความตายเจ้าสาวของฉัน?

ฟังฉันร้อง ว่ายมาหาฉัน ว่ายมายังฉัน ให้ฉันได้โอบกอดคุณ

ฉันอยู่ที่นี่ ฉันอยู่ที่นี่ เฝ้ารอเพื่อที่จะโอบกอดคุณ

  

ซะการีย์ยา อมตยา แปลจาก Song to The Siren : Tim Buckley

siren.jpg

Artwork:oisinlunny.blogspot.com

*Siren ไซอะรีน ตามปกรณัมกรีกเป็นครึ่งนกครึ่งหญิงสาว มีเสียงไพเราะ เธอสถิตอยู่ที่เกาะแห่งที่เต็มไปด้วยแก่งหินผา หากเรือชาวประมงหรือเรือเดินสมุทรใดเยืองใกล้ปริมณฑลของเธอแล้ว มักได้ยินเสียงเธอร้องเพลงอันเพราะพริ้ง เธอมักปรากฏให้เห็นในวันที่คลื่นทะเลสงบ เสียงชวนเสน่หาจะทำให้กัปตันหรือนายเรือแล่นไปยังทิศทางของเสียงเพลงนั้น กระทั้งชนแก่งหินจนเรืออับปางที่สุด ไซอะรีนปรากฏในวรรณคดี จิตรกรรมและประติมากรรมกรีกโบราณและยังปรากฏในงานศิลปะและงานเขียนชั้นหลังๆ เช่น  ลิโอนาโด ดา วินชี เขียนถึงไซอะรีนว่า ไซอะรีนขับร้องไพเราะเพราะพริ้งมาก เธอกล่อมให้กะลาสีหลับ หลังจากนั้น เธอจะปีนขึ้นเรือและสังหารกะลาสีที่กำลังหลับจนหมดสิ้น  ส่วน ฟรันซ์ คาฟกา  เขียน ความเงียบของไซอะรีน The Silence of the Sirens  เรื่องของไซอะรีนมีการเล่าในหลายเวอร์ชั่น ทิม บัคเลย์ เล่าเป็นบทเพลงรักแสนเศร้าซึ้งอุทิศแด่ไซอะรีน

 

 

หากฉันมีดวงตา

I f  I  h a d  e y e s 

If I had eyes in the back of my head

I would have told you that

You looked good

As I walked away  

ห า ก ฉั น มี ด ว ง ต า

หากฉันมีดวงตาอยู่ด้านหลังศีรษะ

ฉันคงจะบอกเธอได้ว่า

เธอก็ดูสวยดีนี่

ขณะที่ฉันเดินจากไป 

If I had eyes : Jack Johnson

Listen more from Jack Johnson’s

http://www.myspace.com/jackjohnsonmusic