แบน บล็อก และความเขิ่ง

เรื่องของแบน บล็อก และความเขิ่ง
                                                               
โดย Devil Girls

 

 

ไทยบล็อก(block)ยูทิวบ์หลังพบคลิปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รัฐบาลทหารพม่าปิดกั้นการเข้าถึง

blogger.comและจับบล็อกเกอร์คนสำคัญของ NLD เว็บไซต์สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันถูกปิด  ศาลฝรั่งเศสสั่งแบนเว็บไซด์นักเรียนให้คะแนนครู จีนบล็อกยูทิวบ์เหตุแพร่ภาพประท้วงจีนในทิเบต ญี่ปุ่นเล็งควบคุมเว็บไซด์ข่าวที่มีคนเข้าอ่านมากและมีอิทธิพล    ปากีสถานบล็อกยูทิวบ์อ้างพบคลิปหมิ่นศาสนาอิสลาม  วิศวกรหนุ่มชาวโมร็อคโกถูกตัดสินจำคุก๓ปีหลังเล่นfacebook(คล้ายHi5) เพราะใช้ชื่อพระอนุชาคนสุดท้ายของกษัตริย์เข้าล็อคอิน  บล็อกเกอร์จำนวนมากถูกแบนเว็บบล็อก(weblog)ของตัวเองจากผู้ดูแลระบบ  บราซิล อิหร่าน โมร๊อคโค ซาอุดิอาระเบีย ซีเรีย ไทย ตุรกี  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คือรายนามประเทศที่เคยบล็อกและกำลังบล็อกยูทูบว์
 
 

 

ทั้งบล็อกทั้งแบน อุ๊แม่เจ้า !!

           ถ้าอ่านผ่านกรณีข้างต้นมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกว่าก็ไม่เป็นอะไรนี่ บล็อกก็บล็อก แบนก็แบน Devil Girls ก็ขอแนะนำให้เปิดไปอ่านหน้าอื่นดีกว่าเจ้าค่ะจะเป็นประโยชน์กว่าเยอะ  แต่สำหรับใครที่ยังอยากรู้ต่อว่าแล้วจะทำยังไงกันดี ทำไมมันเป็นอย่างนี้(วะ) หรือไอ้สิ่งที่เกิดนี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาในพื้นที่แห่งเสรีภาพนี้เสียแล้ว อย่างนั้นคุณก็เปิดถูกหน้าแล้วล่ะ!!  
          พอเกิดปรากฏการณ์ตามบี้ตามแบนกันบ่อยเข้า ก็เกิดคำถามกับโลกเสมือนที่(น่าจะ)เสรีและไร้พรมแดน โลกเสมือนที่ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้และไม่มีอะไรที่จะค้นไม่พบ(เว้นแต่จะหาไม่เป็นเอง) อันเป็นพื้นที่ที่ไม่ควรมีใครเป็นเจ้าของ(แต่ที่ต้องการหรือพยายามจะเป็นน่ะมีเยอะ) การปิด การแบน(
ban) หรือบล็อก(block)จึงไม่ใช่แค่สกัดกั้นไม่ให้เข้าถึงข้อมูลหรือทำลายเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่ยังเป็นการปะทะกับตัวตน กับการแสวงหาตัวตน และอำนาจของปัจเจกชนนับล้านอย่างกรณีแบนเว็บบล็อก(weblog/blog) ที่ทำให้ผู้สร้างบล็อกเข้าใช้งานในบล็อกตนเองไม่ได้ ทั้งยังกระทบกับความสัมพันธ์ของเครือข่ายหรือชุมชนขนาดใหญ่ อย่างการบล็อก(block)เว็บยูทิวบ์หรือเว็บไซต์ยอดนิยมต่างๆ

 

                 มานั่งนึกๆดู การ แบน  ปิด บล็อกที่กระทำต่อวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีลักษณะเหมือนปลาดาวที่สร้างปลาดาวตัวใหม่ได้จากระยางที่หลุดออกไป มากกว่าจะเป็นแมงมุมที่แค่โดนเด็ดหัวก็ซี้แหง  ช่างเป็นการกระทำที่ บูด บิดเบี้ยว และเขิ่ง เอามากๆของผู้มีอำนาจทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นรัฐ เว็บมาสเตอร์หรือผู้ดูแลระบบ ซึ่งน่าจะมีเป้าหมายเพื่อการเชือดไก่ให้ลิงดูมากกว่าต้องการลงโทษผู้กระทำจริงๆ 

 

                มานั่งนึกๆดูก็น่าเห็นใจผู้มีอำนาจพวกนี้อยู่หรอกที่ทำอะไร บูด บิดเบี้ยว และเขิ่งแบบนี้ออกมา ก็คงด้วยความ ไม่ประสา กับโครงสร้าง การทำงาน หรือกลไกของโลกเสมือนที่ขับเคลื่อนไปด้วยพลังที่มองไม่เห็น มีพื้นที่กว้างใหญ่ ทั้งควบคุมจัดการได้ยากกว่าเดิม แถมเต็มไปด้วยช่องทางการกระจายข้อมูล(ที่ประชาชนไม่ควรรู้)อยู่สารพัด เต็มไปด้วยมือสมัครเล่นที่สลายอำนาจผูกขาดและการครอบงำจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนมีตัวตนได้และไม่ใช่แค่ผู้ถูกดู     ที่ผ่านมา อำนาจ รัฐ คุ้นเคยแต่กับม๊อบที่วิ่งไล่จับแกนนำได้เป็นตัวๆหรือฝูงชนที่สลายกันให้เห็นๆได้เลย พอมาเจอวัฒนธรรมใหม่เลยได้แต่สร้างดวงตาที่ไร้คุณภาพมาคอยสอดส่องเท่าที่จะมีปัญญา และหากเป็นอำนาจทุน ก็คุ้นเคยกับการเป็น เจ้าข้าวเจ้าของ หรืออภิสิทธิ์ของคนเฉพาะกลุ่ม พอนึกอยากเล่นกับเขาบ้างด้วยการเปิดให้บริการพื้นที่เขียนเว็บบล็อก และด้วยการประกาศว่าทุกคนเป็นนักข่าวได้… พี่แกก็แสดงความเป็นเจ้าของและอาการเห่อของใหม่ออกมาได้เขิ่งเป็นที่สุด ซึ่งแสดงถึงความอ่อนหัด ทั้งไม่เข้าใจโครงสร้างหรือวัฒนธรรมในพื้นที่นี้สักเท่าใดนัก เลยนำวิธีคิด วิธีควบคุมสื่อทีวีหรือหนังสือพิมพ์แบบเก่าๆมาใช้จัดการ  อย่างการแบนเว็บบล็อกที่ขัดต่อความเชื่อของตัวเอง ทั้งยังทิ้งซากไว้ประจานให้ลิงดูอีกต่างหาก ขออภัยครับบล็อกนี้ถูก แบน !!!!!  แต่คงลืมไปว่า ลิงบางตัวก็ไม่กลัวนาน แล้วไก่อีกหลายตัวตายยากกว่าที่คิด

ยิ่งปิดยิ่งปูด


               การได้เข้าไปในพื้นที่ ต้องห้าม ได้เป็นเรื่องท้าทายพลเมืองในโลกไซเบอร์เป็นที่สุด เพราะมันเป็นแบบหนึ่งของการแสดงตัวตนและความเจ๋งให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อเกิดการปิดเว็บไซต์หรือแบนเว็บบล็อกจึงไม่ได้มีแต่คำว่าก็ได้ แต่จะเกิดการกระจาย วิธีการเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดให้เกลื่อนหน้าจอ   เกิดเว็บบล็อกของ ไก่ที่ถูกเชือดผุดขึ้นมาในพื้นที่บริการอื่นที่มีให้เลือกมากมาย และมีคนเข้าอ่านเยอะกว่า เพื่อตะโกนให้คนอื่นมองเห็นความเขิ่งของพื้นที่เก่า  หรือเกิดกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพในโลกไซเบอร์ขึ้นมาให้เราเห็นเป็นบุญตา เช่น กลุ่มขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด , กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT) ซึ่งเขียนจดหมายพุ่งตรงไปถึงซีอีโอของกูเกิ้ลทันทีที่มีท่าทีบ้าจี้จะมาช่วยสอนให้รัฐไทยเซ็นเซอร์เฉพาะบางคลิป ในยูทิวบ์ที่เห็นว่ามีปัญหา แทนการปิดทั้งเว็บ(แบบโง่ๆ)อย่างที่ทำอยู่ หรืออย่างมูลนิธิ EFF ในอเมริกา ก็ก่อตั้งมาเพื่อช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในโลกไซเบอร์ และรณรงค์ต่อต้านการออกกฎหมายควบคุมที่ไม่เข้าท่า ต่อต้านการดักฟังโทรศัพท์ การแอบดูข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ต ฯลฯ  EFFยังจัดมอบรางวัล Pioneer Awards เป็นประจำทุกปี โดยให้แก่บุคคล องค์กร หรือเครือข่ายที่มีผลงานใดๆก็ตามที่จะนำไปสู่เสรีภาพในการใช้และเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตได้        

                                                                                               

                แล้วเพื่อไม่เห็นเป็นแค่การมาบ่นพร่ำไปวันๆ Devil Girls เลยรวบรวมข้อเสนอมาจากสองไก่ เอ้ย! สองหนุ่มที่เคยโดนแบนบล็อกมาเป็นแนวทางไว้ เผื่อเกิดสึนามิแบบนี้กับคุณเข้าให้บ้าง  ก็ถ้าเกิดอาการล็อกอินไม่ได้ หรือได้แต่เขียนอะไรไม่ได้เลย , เปิดเข้าไปแล้วมีตัวการ์ตูนหน้าประหลาดยกมือไหว้จนรับไหว้แทบไม่ทัน , เนื้อหาบางส่วนหายไป , หน้าบล็อกขาวโพลน ฯลฯ นั่นแหละ สันนิษฐานว่าโดนเข้าให้แล้ว ส่วนเว็บไซต์ที่ถูก       จัดการ จนเข้าไม่ได้ ก็มีวิธีการมาฝากเหมือนกันเจ้าค่ะ ทั้งหมดนี่ก็ด้วยความอยากลองดีและนึกสงสัยครามครันว่า  ใครกันหนอ เป็นผู้ที่จะมีสิทธิตัดสินหรือสมควรตัดสินว่าข้อมูลใดควรได้รับการเผยแพร่หรือควรเป็นความลับ ซึ่งดูเหมือนทุกวันนี้บรรทัดฐานจะอยู่แค่ว่า เป็นสิ่งที่ ไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  หากมาตรวัดของประเทศไทย(และประเทศอื่นๆ) ยังมีอยู่เพียงเท่านี้ Devil Girls ก็ขอให้วัฒนธรรมการ หลบเลี่ยง จงเจริญยิ่งๆขึ้นเถอะ ยะฮู้!!!

 

 

ข้อควรทำเมื่อถูกแบนเว็บบล็อก 

                ๑. รวบรวมสติของคุณให้ดี ปรับจังหวะการหายใจให้เป็นปกติ โปรดจำไว้ว่าไม่ใช่คุณคนเดียวที่โดนแบน ผมก็โดนเหมือนคุณแหละครับ

๒.ถ้าคุณยังสามารถล็อกอินเข้าสู่ระบบได้อยู่ ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเป็นการแบนประเภทไหน  แบนเป็นบางเนื้อหา  แบนแล้วยังเข้าระบบได้ หรือแบนทั้งหมดทั้งสิ้น ซึ่งก็คือไม่ได้แบนในสิ่งที่คุณเขียน แต่แบนที่ตัวคุณนั่นแหละ (เหมือนที่ผมโดน) ก็สงบสติแล้วแผ่เมตตาให้เขา(ผู้ดูแลระบบ)สักพักก่อนจะเริ่มค้นหาอีเมล์ของเขา แต่โดยมากผู้ดูแลจะต้องเปิดบล็อก ตุ่น ๆ ไว้หนึ่งบล็อกเพื่อติดต่อกับบล็อกเกอร์ทั้งหลาย
                ๓.ถ้าคุณยังล็อกอินได้อยู่แล้วยังสามารถพิมพ์ข้อความแสดงความคิดเห็นในบล็อกอื่น ๆ ได้ด้วย ก็เข้าไปแสดงตนว่าคุณรู้แล้วว่าโดนแบนในบล็อกตุ่นๆของเขานั่นแหละ อาจใช้ถ้อยคำที่จะทำให้ผู้ดูแลระบบประสาทเสียไปสักพัก  

๔. หลังจากนั้นให้เปิดบล็อกใหม่ครับ ถ้าโดนแบนไอพีแอดเดรสด้วย ให้หาโปรแกรมโกงไอพีมาใช้ หรือไม่ก็ใช้เครื่องตามร้านอินเทอร์เน็ต (และควรจะไปไกล ๆ บ้านสักหน่อย เผื่อเขาไล่ตามได้) ถ้าต้องใช้รหัสบัตรประชาชน ให้ใช้รหัสและชื่อนามสกุลของคนที่เป็นมิตรแท้กับคุณ  เมื่อเปิดบล็อกอีกครั้ง(ในพื้นที่เดิม)ได้แล้ว ให้เขียนเนื้อหาที่ เล่นกับผู้ดูแลให้สนุกไปเลย

๕.  หากไม่มีใครให้คุณยืมชื่อนามสกุลรวมทั้งหมายเลขบัตรประชาชน  ให้คุณย้ายไปอยู่ที่บล็อกอื่น ๆ สร้างชุมชนขึ้นมาครับ รวมกลุ่มกันโวยวาย แต่ควรจะเป็นลักษณะสัญลักษณ์ อย่าตรงจนเกินไป อย่าหยาบ (เพราะจะไม่น่าเชื่อถือ) ควรสวมบทบาทของนักประชดประชันผู้มากล้นด้วยสีสันและความรุ่มรวยทางศิลปะ เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ยิ่งดีหรือจ้างนักแปลเสียเลยจะได้ส่งไปทั่วโลก ทำให้ระบบเว็บบล็อกที่เก่า(ที่แบนคุณ)กลายเป็นดีสนีย์แลนด์ของเหล่าบรรดาผู้ที่โดนแบน  โดยอย่าลืมส่งลิ้งค์เป็นสาส์นเชิญไปให้ผู้ดูแลระบบของคุณเข้ามาอ่านด้วย

๖. แล้วหากมีผู้ใช้งานซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเว็บบล็อกแห่งใหม่ของคุณ ในทำนองเข้าข้างที่เก่าของคุณล่ะก็ เตรียมตัวดีใจได้เลยเพราะแสดงว่าเป้าหมายของคุณที่ชักจะเหลืออดแล้วล่ะ ครั้นจะเข้ามาอย่างโจ่งแจ้งก็กระไรอยู่ เลยปลอมตัวเข้ามาอย่างเหนียม ๆ

๗. ถ้าได้ผลแบบข้อ ๖. ก็ถือโอกาสนี้ใช้คำประเภท ผมเตือนคุณแล้ว บอกเขาไป และพูดถึงเสรีภาพในการพูดและการเขียนให้มาก ๆ พูดถึงเรื่องสิทธิในการแสดงออกต่าง ๆ  

                อ้อ… โดยทั้งนี้ คุณต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เขาไม่ได้แบนเพราะคุณทำตัวห่วย ๆ เองนะครับ…

ไมค์ เอช

 

                 .   ตรวจสอบการใช้งานของคุณว่าผิดกฏกติกาข้อไหนของบล็อกดังกล่าวหรือไม่ หากพบว่าคุณไม่ได้ทำผิดใดๆ ให้นึกทบทวนว่าได้กระทำอะไรบ้างที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือทำให้ผู้ดูแลไม่ชอบขี้หน้าคุณหรือเปล่า อย่างเช่นไปวิจารณ์การทำงานอันไม่เป็นสัปปะรดของเขา (อย่าลืมว่าบางครั้งเว็บมาสเตอร์งี่เง่าก็มักใช้อำนาจในทางมิชอบอยู่บ่อยครั้ง )

            .       เปิดบล็อกแห่งใหม่ทันทีที่บล็อกของคุณถูกสั่งปิด ขอแนะนำให้เป็นบล็อกที่เปิดให้บริการ

ในต่างประเทศ เช่น http://www.blogger.com หรือ http://www.wordpress.com  จะได้ใช้บล็อกแห่งใหม่เป็นกระบอกเสียงของคุณได้ในทันที ทั้งสองบล็อกที่แนะนำสมัครได้ไม่ยุ่งยากภายในไม่กี่นาทีและมีฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นภาษาไทยแล้ว ค่อยๆเรียนรู้การใช้งานไป ซึ่งไม่ยากกว่าความสามารถของคุณแน่นอน
            .     โพสเรื่องราวความเป็นมากรณีที่บล็อกของคุณถูกแบน พร้อมกับลงข้อความเดียวกันตามเว็บบอร์ดต่างๆที่คุณคิดว่ายังมีผู้คนที่รักความยุติธรรม อย่างน้อยเรื่องการแบนอย่างขาดจริยธรรมจะได้ไม่ถูกเก็บเงียบ  มันสำคัญตรงที่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่า คุณไม่ได้ยอมให้ความอยุติธรรมดำรงอยู่อย่างสง่าผ่าเผยต่อไป  นอกจากนี้คุณต้องพยายามแนะนำให้เพื่อนๆ อ่าน และช่วยกันส่งต่อไป ให้ได้รับรู้ในวงกว้าง

ปุถุชน

 

 

**ไมค์ เอช และ ปุถุชน (และอีกหลายคน) ถูกแบนเว็บบล็อกตัวเอง ซึ่งเปิดให้บริการโดยบริษัทสื่อใหญ่แห่งหนึ่ง โดยสันนิษฐานว่ามีเหตุมาจากการที่นำบทความ “Your Blog Is Banned By Me, Your Second Big Brother ของบล็อกเกอร์คนหนึ่ง ที่เขียนวิจารณ์การทำงานของผู้ให้บริการนั้นๆ มาลงเผยแพร่ในบล็อกของตน  ในกรณีของปุถุชน เริ่มจากการจัดรูปแบบบล็อกที่ทำให้พื้นที่โฆษณาเหลือน้อยจนถูกตักเตือนจากผู้ดูแล แต่ก็ยิ่งทำให้นึกสนุก เลยท้าท้ายต่อเนื่องด้วยการเขียนบทกวีเสียดสี ฮิตเลอร์หวัดดีพวก!!!” แล้วนำออกเผยแพร่ในอีกเว็บบล็อกหนึ่ง รวมทั้งตั้งกระทู้ถึงการทำงานและบรรทัดฐานของผู้ดูแลระบบ ซึ่งมีผู้เข้าอ่านและแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก แต่ในที่สุดก็ทำให้ ที่เก่า ถูกแบนอย่างสมบูรณ์ตลอดกาลนาน ปัจจุบันปุถุชนได้อำลาไปสร้างสาธารณรัฐกวีนิพนธ์ยัง  wordpress.com  อย่างไม่ลืมจะสร้างอนุสรณ์รำลึกให้กับ เสรีภาพของสื่อและเว็บมาสเตอร์แสนเขิ่ง ผู้นั้น (ตามอ่านกรณีเซ็นเซอร์แบนบล็อกด้วยวิจารณญาณของคุณเอง ได้ที่         อ่านกรณีเซ็นเซอร์และแบนบล็อกต่อได้ที่   www.iteau.wordpress.com/2008/01/11/blogcensorshipthai/ และ  www.putushon.wordpress.com

 

  


ถึงปิดก็จะเข้า

                วิธีเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดมีหลายช่องทาง เรียกกันว่าเทคโนโลยีหลบเลี่ยง  แต่ขอเก็บมาฝากพอหอมปากหอมคอก่อนแล้วกัน ซึ่งใครจะเลือกใช้แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น   ความเร็วอินเทอร์เน็ต  ความเข้าใจทางเทคนิค ทักษะ  มีคนรู้จักที่ไว้ใจได้อยู่ในประเทศที่ไม่ถูกปิดกั้น ความสำคัญของข้อมูล ฯลฯ

 

พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ (proxy server)

                เป็นตัวกลางในการเก็บข้อมูล โดยดึงข้อมูลจากที่ต่างๆมาอยู่ในนี้เพื่อการเรียกใช้ได้ง่ายและเร็ว ด้วยการทำงานแบบตัวกลางทำให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรากับเว็บไซต์ปลายทาง(ที่ถูกปิด)ได้โดยปกปิดต้นทางที่แท้จริง ไอพีที่ปรากฏจะเป็นของเครื่องพร็อกซี่  แต่การเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดจะต้องเป็นไอพีของพร็อกซี่ในต่างประเทศด้วย    เราสามารถหาพร็อกซี่เซอร์เวอร์ที่มีไอพีต่างประเทศด้วยการค้นคำว่า unblock proxy ในกูเกิ้ล ซึ่งก็จะปรากฏเว็บไซต์นี้ขึ้นมาราว ๑,๗๕๐,๐๐๐ ลิงค์ !!! แล้วก็เพียงแค่พิมพ์ URL ของเว็บไซต์ที่ถูกปิดลงไปเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกรรม   นี่เป็นวิธีอย่างง่ายที่สุด  เหมาะกับการดูข้อมูลที่ไม่สำคัญมาก ใช้ในสถานการณ์ความเสี่ยงต่ำ แต่อาจไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ที่ต้องล็อคอินก่อนได้ แล้วด้วยความง่ายก็ทำให้ผู้กรองข้อมูลค้นเจอง่ายเหมือนกันแล้วก็จะจัดการปิดมันซะด้วยเลย หลักการซ่อนต้นทางแบบพร็อกซี่นี้เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีหลบเลี่ยงทั้งหมด

 

ซอฟแวร์หลีกเลี่ยง
                 เป็นโปรแกรมสำหรับเข้าเว็บไซต์ที่ถูกบล็อก(block)
  ซึ่งวิธีการคือนำโปรแกรมประเภทนี้มาลงในคอมพิวเตอร์ของเรา  แล้วเมื่อเราเปิดหน้าเบราเซอร์เพื่อเข้าเว็บไซต์ทั่วและที่ถูกปิด โปรแกรมตัวนี้ก็จะทำงานคู่กันไปโดยจะปกปิดไอพีที่แท้เช่นเดียวกับพร็อกซี่(แต่โปรแกรมเหล่านี้ทำงานซับซ้อนกว่า) โปรแกรมหลบเลี่ยงมีให้เลือกหลายชนิด เช่น Tor ,Torbutton , FoxyProxy  , UltraSurf  , Psiphon , OperaTor(ตัวนี้ไม่ต้องติดตั้งเลยใช้งานตามร้านอินเทอร์เน็ตได้) ดาวน์โหลดโปรแกรมหลีกเลี่ยงฟรีได้ที่ www.mininova.org/tor/752343 หรือค้นหาจากกูเกิ้ลด้วยคำว่า censorship circumvention software , anti-censorship software , anonymous proxy  เป็นต้น  

 

แล้วถ้าอยากหลีกเลี่ยงให้ได้มากกว่านี้ ก็ตามไปเจอกันที่ www.facthai.wordpress.com

 

*เรื่องของแบน บล็อก และความเขิ่ง จากคอลัมน์ ลองD โดย Devil Girls ปาจารยสาร ปีที่ ๓๒ ฉบับที่ ๔ มีนาคม-เมษายน ๒๕๕๑

 

 

Advertisements

ลงทะเบียนBlogที่โดนแบนที่นี่

larevolution.jpg

Artwork by eleganthack.com

วันก่อนใช้กุญแจคำ revolution  เลยเจอภาพนี้ ยังความปิติแกปุถุชนยิ่งนัก

ชอบภาพนี้ เป็นการเอาภาพดังมาริป็อปอาร์ต นัยว่าเป็นการปฏิวัติทางข้อมูลข่าวสาร
บล็อกไม่ใช่เรื่องเล็กๆ  แต่กลายเป็นกระบอกปัจเจกที่ดีในระดับห้าดาวเลย
หากผู้ให้บริการเข้าใจความหมายของบล็อกในวัฒนธรรมไซเบอร์สเปซ

ศาสตราจารย์บางท่านใช้บล็อกไว้ฝากงานเขียนวิชาการ บางท่านใช้ตอบโต้ข้อมูลข่าวสาร
หนังสือหลายเล่มถูกเขียนมาจากบล็อก เล่มหนึ่งเขียนในภาวะสงครามถูกบันทึกเป็นไดอารี
แห่วความเศร้าสลดอัน่ารันทดหดหู่รายวัน…

บล็อกจึงเป็นนวัฒกรรมที่นับวันมีความสำคัญพอๆ กับเว็บไซต์ส่วนตัวเสียแล้ว

[sonific adeb3eef87207af855b9883d4d74543be033f54b]

1. สาธารณรัฐกวีนิพนธ์

http://www.oknation.net/blog/putushon

ไม่ระบุเหตุผลในการแบน

2. http://www.oknation.net/blog/Haris

เหตุผลครั้งแรกระบุ..

ขออภัยครับ
บล๊อกนี้ถูก แบน !!!!!
จงใจเข้ามาสร้างความปั่นป่วน
ก่อนหน้านี้เคยด่าโอเคเนชั่นหยาบคายในเวปส่วนตัว
เช่นคำว่า สาดแม่ง…เป็นต้น

ต่อมาเปลี่ยนเป็น..

ขออภัยครับ
บล๊อกนี้ถูก แบน !!!!!
จงใจเขียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความวุ่นวาย ด้วยการโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเวบไซต์อื่น

3. http://www.oknation.net/blog/sawasdee

ขออภัยครับ
บล๊อกนี้ถูก แบน !!!!!
มีการนำบล็อคโอเคเนชั่นไปโยงกับเวบไซต์อื่นที่อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด

วัฒนธรรมการใส่ความเพื่อกำจัดความคิดเห็นตรงข้าม(กรณีสังคมไทย)

haris.jpg

ขออภัยครับ
บล๊อกนี้ถูก แบน !!!!!
จงใจเข้ามาสร้างความปั่นป่วน
ก่อนหน้านี้เคยด่าโอเคเนชั่นหยาบคายในเวปส่วนตัว
เช่นคำว่า สาดแม่ง…เป็นต้น

หลังจากเจ้าของบล็อกได้ลงบทความ http://iteau.wordpress.com/2008/01/10/blogcensorship/

พร้อมเกริ่นนำ…

นี่คือปรากฏการณ์ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารไม่อาจถูกปิดกั้น ส่งผ่านแค่การก๊อปปี้หรือคลิ๊ก ผ่าน sms การขยายข่าวสารออกไปไม่ใช่เรื่องยากเย็น เราร่วมกันเปิดกระโหลกไปพร้อมกับเนื้อหา ที่ต้องอาศัยความพยายามสักหน่อยเพื่อจะข้ามพรมแดนทางภาษา (ผมเองก็พออ่านได้กระท่อนกระแท่น กว่าจะจบ..เหนื่อย)  เชิญทัศนา เปิดหูเปิดตาเปิดใจโดยพลัน

บล็อกก็ถูกแบนพร้อมข้อความสีแดงที่เป็นใส่ความให้ดูรุนแรงโดยไม่รู้จะหาสาเหตุใดในการแบน
เพื่อความชอบธรรมในการแบนจึงจำต้องใส่ความเป็นการทำลายผู้มีความเห็นตรงกันข้าม
การที่ข้อความสีแดงระบุดังกล่าวมันต้องหาหลักฐานมาว่าเจ้าของบล็อกเคยกระทำดังกล่าวตรงไหนบ้าง

หรือนี่คือการจงใจใส่ความ
เพื่อทำลายคนอื่น
เพื่อสร้างเหตุผลในการทำลาย
นี่คือวัฒนธรรมของสังคมไทยใช่หรือไม่

ย้อนไปเมื่อ 6 ตุลา สังคมไทยเคยเกิดการพยายาบิดเบือนความจริงซึ่งมันเป็นกรณีศึกษา
สมัยนั้นคือฆ่าทุกคนที่เห็นการฆ่า และใส่ความอย่างบิดเบือนความจริงแท้

สมัยนี้อาจเป็นการบิดเบือนข้อมูลความจริงผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต
ซึ่งน่ากลัวมากหากสื่อที่อ้างตัวพิทักษ์ความยุติธรรมและผดุงสิทธิของประชาชน
กลับเป็นผู้เผด็จการเสียเอง!

ทำให้เกิดความคลางแคลงใจ เสรีภาพที่คุณกล่าวอ้างเพื่ออะไร

หมายเหตุ: ข้อความสีแดง ตอนนี้ทางผู้ให้บริการได้แก้ไขแล้วด้วยอาจสำนึกได้
แต่ทางทีมงานต่อต้านการปิดบล็อกได้เสพการกระทำอันเบียดเบือนไว้ได้ทัน

ดูความเห็นอื่นๆ ที่เว็บบอร์ดไทยไรเตอร์ http://www.thaiwriter.net/forum01/index.php?topic=631.0

Second Big Brother Said-:คำสั่งจากพี่รอง

haughty.jpg

                                            Artwork by oneyearbible.blogs.com

อ่านเรื่องการแบนบล็อก http://iteau.wordpress.com/2008/01/10/blogcensorship/ 

คำสั่งของพี่รอง(ภาคไทย) http://iteau.wordpress.com/2008/01/11/blogcensorshipthai/

ขอไว้อาลัยแด่เสรีภาพของสื่อและเว็บมาสเตอร์โอเคเนชั่น

flowers.jpg

ตามหัวข้อเลยนะครับ  รายละเอียดจะตามมาเร็ว ๆ นี้ครับ

ลำดับความสั้นๆ  ก่อน 

20 ธันวาคม 2550 โอเคเนชั่นแบนการใช้งานยูเซอร์ ปุถุชน โดยไม่มีสาเหตุว่ากระทำผิดกฏข้อใด

8 มกราคม 2551 โอเคเนชั่นลบบล็อก http://www.oknation.net/blog/putushon

โดยที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้ร้องขอให้ลบหรือกระทำการใดๆ สิ้น

Don’t Block The Blog

ลิงค์ภาพเพื่อการเผยแพร่ต่อในบล็อกของท่าน

http://i197.photobucket.com/albums/aa80/putushon/BannerB.jpg

http://i197.photobucket.com/albums/aa80/putushon/NO-1.jpg 

อ่านเพิ่มเติมกรณีศึกษางานเขียนที่ถูกแบน

https://putushon.wordpress.com/2007/12/20/ok-nation-writing-banned/

อ่านทัศนวิจารณ์

http://www.thaiwriter.net/forum01/index.php?topic=366.0