ต้นไม้

Advertisements

เพลงจั๊กจั่น

คำอาลัย

Artwork from the film “The Greater Circulation” by Antero Alli

คำอาลัย

 

โอ สรรพสิ่งช่างห่างไกล

และเนิ่นนานมาแล้ว

ฉันศรัทธาต่อดาวดวงนั้น

นับพันปีที่ได้แตกดับ

กระนั้นฉันยังคงเห็นแสง

ฉันศรัทธา ในเรือลำนั้น

เคลื่อนฝ่าม่านรัตติกาล

บางสิ่งที่น่ากลัวกล่าวกันไว้

ในบ้านหลังนั้น

มีนาฬิกาเรือนหนึ่ง

ตี…

มันตีที่ตรงไหน?…

 

ฉันอยากก้าวเดิน

ออกจากจิตใจ

ภายใต้ฟ้ากว้าง

ฉันอยากสวดวิงวอน

ดวงหนึ่งจากหมู่ดาว

จะต้องคงอยู่

ฉันศรัทธาฉันรู้

ดวงไหน

จะคงทนอยู่ได้นาน

แลยืนหยัดดุจหนึ่งนคร

สีขาวในฟากฟ้า

ณ จุดสุดท้าย

ประกายแห่งแสง…

 

ไรเนอร์ มารีอา ริลเค

 

 

 

ไรเนอร์ มารีอา ริลเค ประพันธ์   ซะการีย์ยา อมตยา แปล 

จากคอลัมน์ บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม  นิตยสาร ปาจารยสาร

ฉบับที่ ๓ ปีที่ ๓๑ ธันวาคม-มกราคม ๒๕๕๐

 

 

 

 

เติมถ้วยรักให้ปริ่มฝัน

 

เติมถ้วยรักให้ปริ่มฝัน

 

ฉันรินไวน์จากถ้วยแห่งรัก

คัดบ่มจากสรวงสวรรค์

คราปฐมกาลแห่งโลก

กลางวันลุกไหม้เผาดวงอาทิตย์

รอยเท้าของอดัมและอีฟ

ใต้ร่มเงาต้นไม้ต้องห้าม

ทะยานบินสู่ห้วงฝัน

ฉีกวิ่นกฎฟ้าทลายครืน

วิญญาณขบถโบยบิน

เหนืออาณาจักรของพระเจ้า

ถ้วยของเธอและฉัน

เติมแด่กันด้วยแรงปรารถนา

ในคืนวันก่อนเก่าเหนือสวรรค์

และการลงทัณฑ์บนผืนโลก

ฉันรินไวน์จากถ้วยแห่งรัก

ดวงดาวดารดาษและดวงจันทร์

ทอประกายบนทางฝันแห่งสองเรา.

 

ซะการีย์ยา อมตยา

 

 

 

พิมพ์ครั้งแรก ใน จุดประกายวรรณกรรม วันอาทิตย์ ๖ เมษายน ๒๕๕๑

 

 

 

The Metamorphosis

 Short film by Carlos Atanes

เมื่อเกรเกอร์ ซามซาตื่นเช้าวันหนึ่งจากฝันอันแสนยากเข็ญ

เขาพบว่าตัวเองได้กลายเป็นแมลงตัวเขื่องอันน่าสยดสยองตัวหนึ่ง

 

 

 

The Metamorphosis สำหรับผู้ที่เคยอ่านนิยายขนาดสั้นของ ฟรานซ์ คาฟก้า ย่อมจะเข้าใจหนังสั้นเรื่องนี้ได้ในทันที สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ ผมขอเล่าสั้นๆ ดังนี้

The Metamorphosis ในพากษ์ภาษาไทยใช้ชื่อ  “กลาย” เรื่องมีอยู่ว่าเช้าวันหนึ่งเมื่อตัวละครหลักตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้กลายเป็นแมลงชนิดหนึ่ง จากที่เคยเป็นมนุษย์ดีๆ ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงให้ต้องจำขังตัวเองอยู่แต่ภายในห้อง วงจรชีวิตกลับกลายเป็นราวหน้ามือกับหลังมือ เรื่องราวไม่ได้ออกไปไหนเลยวนอยู่แต่ในบ้านของตัวละครหลักนั่นเอง

อมตนิยายของคาฟก้าเริ่มเปิดเรื่องด้วยประโยคที่ว่า..

As Gregor Samsa awoke one morning from uneasy dreams he found himself transformed in his bed into a monstrous vermin.

ต้นฉบับในภาษาเยอรมัน :

Als Gregor Samsa eines Morgens aus unruhigen Träumen erwachte, fand er sich in seinem Bett zu einem ungeheueren Ungeziefer verwandelt.

 

ตอนที่นิยายเล่มนี้จะตีพิมพ์ครั้งแรกผู้จัดพิมพ์จะขอลงภาพวาดแมลงลงในภาพปก แต่ผู้เขียนปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นการจำกัดจินตนาการของผู้อ่าน คาฟกาอยากให้แมลงตัวเขื่องนั้นมีรูปลักษณ์ของมันตามแต่ผู้อ่านของเขาจะจินตนาการ..

 

คลิกอ่านเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับ ๑. ฟรานซ์ คาฟก้า  

๒. กลาย – หนังจากหนังสือของ ฟรันซ์ คาฟกา

The Thinker

thinker.jpg

หนึ่งร้อยเพลงที่ควรฟังก่อนตาย

 

บทเพลงแด่..ไซอะรีน  

 

 

ลอยเคว้งคว้างบนนาวาไร้คลื่นสมุทร

ฉันทำทุกอย่างเท่าที่ฉันจะทำได้เพื่อจะยิ้ม

กระทั้งดวงตาขับขานบรรเลงเพลงและนิ้วมือของเธอ

ชักชวนฉันให้หลงใหลเกาะแก่งแห่งเธอ

แล้วเธอก็ร้องเพลง

แล่นมาหาฉัน

แล่นมายังฉัน

ให้ฉันได้โอบกอดคุณ

ฉันอยู่ที่นี่

ฉันอยู่ที่นี่

เฝ้ารอเพื่อที่จะโอบกอดคุณ

ฉันฝันว่าเธอฝันถึงฉันใช่ไหม? 

เธอเผ่นหนีหรือเปล่าเมื่อฉันเป็นสุนัขจิ้งจอก?

ตอนนี้เรือเขลากำลังเอนเอียง

อกหักพลาดรักบนแก่งผาของเธอ

เมื่อเธอร้องถึง อย่าได้สัมผัสฉัน อย่าได้สัมผัสฉัน กลับมาอีกครั้งพรุ่งนี้

โอ้ ดวงใจฉัน โอ้ ดวงใจฉันตื่นตระหนกด้วยความกลัว

  

ฉันสงสัยราวกับเด็กแรกเกิด

ฉันเผชิญกับความระส่ำระส่ายเบื้องกระแสน้ำกรากเชี่ยว

ฉันควรยืนท่ามกลางเหล่าผู้แตกสลาย?

ฉันควรนอนลงกับความตายเจ้าสาวของฉัน?

ฟังฉันร้อง ว่ายมาหาฉัน ว่ายมายังฉัน ให้ฉันได้โอบกอดคุณ

ฉันอยู่ที่นี่ ฉันอยู่ที่นี่ เฝ้ารอเพื่อที่จะโอบกอดคุณ

  

ซะการีย์ยา อมตยา แปลจาก Song to The Siren : Tim Buckley

siren.jpg

Artwork:oisinlunny.blogspot.com

*Siren ไซอะรีน ตามปกรณัมกรีกเป็นครึ่งนกครึ่งหญิงสาว มีเสียงไพเราะ เธอสถิตอยู่ที่เกาะแห่งที่เต็มไปด้วยแก่งหินผา หากเรือชาวประมงหรือเรือเดินสมุทรใดเยืองใกล้ปริมณฑลของเธอแล้ว มักได้ยินเสียงเธอร้องเพลงอันเพราะพริ้ง เธอมักปรากฏให้เห็นในวันที่คลื่นทะเลสงบ เสียงชวนเสน่หาจะทำให้กัปตันหรือนายเรือแล่นไปยังทิศทางของเสียงเพลงนั้น กระทั้งชนแก่งหินจนเรืออับปางที่สุด ไซอะรีนปรากฏในวรรณคดี จิตรกรรมและประติมากรรมกรีกโบราณและยังปรากฏในงานศิลปะและงานเขียนชั้นหลังๆ เช่น  ลิโอนาโด ดา วินชี เขียนถึงไซอะรีนว่า ไซอะรีนขับร้องไพเราะเพราะพริ้งมาก เธอกล่อมให้กะลาสีหลับ หลังจากนั้น เธอจะปีนขึ้นเรือและสังหารกะลาสีที่กำลังหลับจนหมดสิ้น  ส่วน ฟรันซ์ คาฟกา  เขียน ความเงียบของไซอะรีน The Silence of the Sirens  เรื่องของไซอะรีนมีการเล่าในหลายเวอร์ชั่น ทิม บัคเลย์ เล่าเป็นบทเพลงรักแสนเศร้าซึ้งอุทิศแด่ไซอะรีน