บทกวีในบทกวีของปาโบล เนรูด้า

บทกวี   

และนั่นคือห้วงเวลาบทกวีได้มาถึง

เพื่อค้นหาฉัน ฉันไม่รู้ ฉันไม่ทราบ

เธอมาจากแห่งหนใด จากแม่น้ำหรือเหมันต์

ฉันไม่รู้เธอมาเมื่อใดและมาได้อย่างไร

ไม่  พวกเธอไม่ใช่เสียง พวกเธอหาใช่

ถ้อยคำ หรือความเงียบงันใดใด

ทว่าบนถนนสายหนึ่งฉันถูกเพรียกหา

จากมวลกิ่งก้านแห่งรัตติกาล

ถ้อยคำหยาบคายจากคนแปลกหน้า

ท่ามกลางกองเพลิงโหมกระหน่ำ

หรือการหวนคืนอย่างเดียวดาย

ที่นั่นฉันปราศจากโฉมหน้า

แล้วเธอได้สัมผัสฉัน     

ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร ปากของฉัน

ไม่มีทางหลุด

กล่าวนามอันใด

อีกดวงตานั้นก็บอดเสียแล้ว

และบางสิ่งเริ่มต้นในวิญญาณของฉัน

ความป่วยไข้หรือกระทั่งปีกซึ่งถูกหลงลืม

และฉันได้สร้างทางของฉันเอง

ถอดรหัส

ไฟนั้น

และฉันเขียนบรรทัดแรกอันสลัวเลือน

พร่ามัว ไร้สาระ เหลวไหล

อย่างสิ้นเชิง

ภูมิปัญญาอันหมดจด

ของบางคนผู้ซึ่งรู้ถึงความไม่มีอะไรเลย

และทันใด ฉันเห็น

นภากาศ

เคลื่อนคล้อย

และเบิกทาง

หมู่ดาวเคราะห์

มวลพฤกษาสั่นไหว

เงาซึ่งถูกจ้วงแทง

พรุน

ด้วยลูกธนู  อัคคีและบุปผชาติ

ราตรีอันแสนวกวน และจักรวาล    

และฉัน  สิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว

เมามายด้วยประกายวาวมโหฬาร

ว่างเปล่า

ความเหมือน ภาพจำลอง

ของความลึกลับ

รู้สึกราวเป็นส่วนหนึ่ง

ของหุบเหว

ฉันเคลื่อนเป็นวงด้วยดวงดาวดารดาษ

ดวงใจฉันแหลกสลายสูญหายไปในสายลม   

ปาโบล เนรูด้า

 

 

 

ปาโบล เนรูด้า (Pablo Neruda ๑๙๐๔-๑๙๗๒) เกิดที่

เมืองพาร์รอล ประเทศชิลี เติบโตที่เมืองเทมูโค ที่นั่นซึ่งเขา

ได้พบกับกาเบรียลา มิสทรัล(กวีรางวัลโนเบลคนแรกของ

ชิลี)   ในปี ค.ศ.๑๙๒๐ ได้ไปยังเมืองซานติอาโกเพื่อศึกษาต่อ

และเริ่มตีพิมพ์บทกวี  ในปี ค.ศ.๑๙๒๔ หนังสือ  ยี่สิบ

กวีนิพนธ์แห่งรักและหนึ่งบทเพลงแห่งความสิ้นหวัง อันมี

ชื่อเสียงได้ปรากฏในบรรณพิภพ  ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๒๗ ถึง

๑๙๔๓ เนรูด้าใช้ชีวิตในต่างประเทศ  ดำรงตำแหน่งนักการ

ฑูตในกรุงย่างกุ้ง โคลัมโบ บัตตาเวีย สิงคโปร์ บัวโนสไอเรส

บาร์เซโลน่า แมดริด ปารีสและเม็กซิโก้ซีตี้  หลังสงครามโลก

ครั้งที่๒ เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชิลี  ต่อมาถูกเพ่ง

เล็งและมุ่งทำลายล้างจากฝ่ายตรงข้าม เนรูด้าจึงเริ่มชีวิตใน

การอพยพ  ในยุคของเนรูด้าเขาเป็นกวีที่มีชื่อเสียงที่สุดในลา

ตินอเมริกา  และเดินทางกลับมาตุภูมิในปี ค.ศ.๑๙๕๒   ใน

ปาถกฐารับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. ๑๙๗๑ เขากล่าว กวีนั้น

จำต้องบรรลุถึงความสมดุลย์ระหว่างความโดดเดี่ยวกับความ

ปึกแผ่น ระหว่างความรู้สึกและการกระทำ ระหว่าง ลึกซึ้ง

ในตัวตน ลึกซึ้งต่อมนุษยชาติ  และวิวรณ์แห่งธรรมชาติ 

 

 

ปาโบล เนรูด้า ประพันธ์   ซะการีย์ยา อมตยา แปล จากคอลัมน์ บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม ปาจารยสาร ฉบับที่ ๓ ปีที่ ๓๒ มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ 

Advertisements

4 Responses

  1. เหรอ…จริงเหรอเช

    ถ้าจะเป็นกวีต้องบรรลุถึงสมดุลย์ระหว่างความโดดเดี่ยวกับความปึกแผ่น
    ระหว่างความรู้สึกและการกระทำ
    ระหว่างลึกซึ้งในตัวตน ลึกซึ้งต่อมนุษญชาติ และวิวรณ์แห่งธรรมชาติ อย่างนั้นหรือ

    ถึงว่าดิ…พยายามเท่าไหร่เราก็เขียนกวีไม่ได้สักที (ฮา)

  2. อ่าห์…ฮ่ะ ไว้ผมไปเจอเนรูด้าเมื่อไร แล้วจะถามเขานะ

    ^_^

    มันไม่มีสูตรตายตัวหรอก…

  3. นานมาแล้ว
    เคยดูภาพยนตร์กึ่งอัตชีวประวัติของกวีท่านนี้ด้วยครับ
    พออ่านบทกวีข้างต้นแล้วก้อจำได้ทันที (แม้ว่าคำแปลจะต่างไปจากที่เคยฟังจากภาพยนตร์–ความจริงก้อจำที่เคยฟังจากภาพยนตร์ไม่ได้หรอก / แต่ก็จำใจความได้ *0*)
    ขอบคุณที่เอามาโพสต์ให้อ่านครับ
    เผอิญผมผ่านมา

  4. อยากอ่านบทกวีของปาโปลค่ะ หาหนังสือได้ที่ไหนบ้าง หลงรักบทกวีโดยที่ไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อน เพิ่งกระจ่างค่ะ ว่าที่อินจัดในหัวใจเพราะเขานี่เอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: