กวีวโรวาท

                                                                               artwork by konrad

กู้เฉิง กวีหนุ่มชาวจีนพลัดถิ่นผู้ทำอัตวิบาตกรรมด้วยการแขวนคอกับต้นไม้ตอน

อายุ ๓๗ ปี เป็นหนึ่งในกลุ่มกวีสลัวเลือน ก่อนการปลงชีพตนเองเขาได้ใช้ขวาน

ฟันภรรยาตัวเอง เธอเสียชีวิตหนึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากเฮลิคอปเตอร์ได้นำส่ง

โรงพยาบาล ชีวิตปลายของเขาพำนักบนเกาะ Waiheke Island ประเทศ

นิวซีแลนด์

กู้เฉิง เกิด ปี ค.ศ. ๑๙๕๖ บิดาชื่อ กู้กง เป็นกวีนักปฏิวัติ  กู้เฉิงเขียนบทกวีตั้งแต่

วัยเยาว์  ตอนอายุ ๑๐ ขวบ เป็นช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน กู้เฉิงเขียนบทกวีไว้ว่า..

ใบไม้แห้งวิ่งตะบึงไปตามท้องถนน

กิ้งไม้แห้งร้องครวญคร่ำอยู่ในสายลมหนาว

มหาพิภพเปลื้องอาภรณ์หลากสีสันของฤดูใบไม้ร่วง

เปลี่ยนเสื้อคลุมหิมะสีเงินยวงขึ้นสวม

ตอนอายุ ๑๑ ขวบ เขาเขียนบทกวี ที่มาแห่งดวงดาวด้วยจินตนาการอันบรรเจิด

กิ่งไม้คิดจะฉีกแผ่นฟ้าให้ขาด

แต่กลับแทงทะลุเป็นรูเล็กๆ ได้ไม่กี่รู

แสงสว่างนอกฟ้าแทงทะลุลงมา

ผู้คนเรียกขานมันว่าดวงเดือนและดวงดาว

ครั้งหนึ่งเขาเขียนบทกวีชื่อ จบสิ้น เขาถูกวิพากษ์อย่างรุนแรงจากกวีรุ่นพี่เนื่อง

ด้วยว่ากวีอาวุโสถือว่าเป็นการหลบหลู่ต่อแม่น้ำสายสำคัญของจีนเพราะเขา

เปรียบแม่น้ำฉางเจียนเป็นผ้าศพท่อนหนึ่งของบทกวี จบสิ้น

พริบตานั้น

การถล่มทลายหยุดลง

ริมแม่น้ำซ้อนทับด้วยหัวกะโหลกของยักษ์

เรือใบที่ไว้ทุกข์แล่นผ่านไปช้าๆ

เผยคลี่ผ้าศพสีเหลืองทึม

หมายเหตุ: คมคำกวีวโรวาท ปุถุชนแปล  ส่วนบทกวีและประวัติย่อของกู้เฉิงคัด

และเรียบเรียงจากบทนำของหนังสือ ใกล้กาลนาน อุเทน มหามิตร เขียน ซึ่ง

อ้างอิงจากหนังสือ กิ่งไผ่และดวงโคมของ เรืองรอง รุ่งรัศมี

9 Responses

  1. ไม่รู้จะตอบว่ายังไง,,

    สะเทือนสะทกวิตกใด ?!!

  2. ใช้ขวานจามหัวเมียตัวเองนี่นะ อือม์ อาจเป็นภาวะบางอย่างของแก ถ้าเป็นได้ถึงขนาดนี้ แต่เขียนกวีได้ดี ก็ยกให้

  3. ในความงามมักมีโศกนาฏกรรมกระมัง

  4. แวะไปบล็อกกันบ้างจ้า http://mylittlelife.exteen.com/

  5. คุกกรุ่นอยู่ในความงดงาม

    ใบไม้แห้งตะบึงร่าง
    กู่เฉิงลอยคว้าง
    บินไกลพร้อมใบฝุ่น

    ชอบบทกวีบทแรกไพเราะดี
    แต่บทต่อมาแทงฟ้าเพื่อคว้าดวงดาว
    ไม่รู้กู้เฉิงคิดออกมาได้ยังไง

  6. อาจเพราะความสลัวเลือนจริงๆ
    น่ากลัวมากๆ

    ความลึกลับของใจบางทีก็ไม่เข้าใครออกใคร

    ีมีคนเคยบอกเราว่า
    “มายา” ก็คือใจของเราเองนั่นแหละ

    บางทีคนที่เป็นบ้าอาจเพราะใจใส่หรือสนใจ
    กับสิ่งซึ่งเป็นความรู้สึกมากไป

    ถ้ากู้เฉิงไม่เป็นกวี ไม่เขียนกวี
    เป็นแค่กรรมกร ที่หาเช้ากินค่ำ
    กู้เฉิงก็อาจจะไม่ตายแบบนี้ก็ได้

    ใครขยันเขียนบทกวีและแปลบทกวีมากๆ
    ระวังน่ะ เด๋วกลายเป็นกู้เฉิง2ละก็แย่เลย

    ^^’

  7. จิตมนุษย์นั่นไซร์ยากแท้หยั่งถึง

    ใจคนและแม้ัแ่ต่หัวใจเราก็เป็นอจินไตย

    อาจเป็นที่เครื่องหมายเท่ากับ=
    ที่ทำให้กู้เฉิงกลายเป็นบ้า

  8. แวะมาอ่านความรู้ของกวีในบล๊อคมิตรสหายครับ

  9. อ่านกวีนิพนธ์ ใกล้กาลนานจบแล้ว

    สิ่งหนึ่งที่ติดค้างและตามหาคือ กวีนิพนธ์ของกู้เฉิง ซึ่งหนังสือเล่มนี้หายากมาก

    กิ่งไผ่และดวงโคม อยากอ่านสองรอบเล่มนี้ต่อกัน ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

ใส่ความเห็น