Artwork by Over the moon
ในอ้อมกอดของความมืดมนแห่งเอ็กซิสตองเชียลิสท์
ความเหงาอ้างว้างไหลบ่าท้นท่วมนั้นช่างเปล่าเปลี่ยว
ทอประกายระยิบระยับประหนึ่งสถิตย์ท่ามกลางสายแดด
ซึ่งดวงอาทิตย์โบราณสาดแสงทาทาบทุ่งร้างกลางทะเลทราย
ทอประกายบนทรายทุกเม็ดแห่งกาลอดีตอันเรืองโรจน์
เงาเลือนรางของเรือนร่างดอกพลับพลึงไพรสีขาวสะท้อน
วาบไหวไปมาเหนือหลุมฝังศพกวีผู้ไม่มีใครรู้จักมากที่สุดท่านหนึ่ง
ความเย่อหยิ่ง เหนื่อยหน่ายและขึ้งเครียดรุมเร้าทว่ารกร้าง
ก่อตัวกันเกาะกุมหัวใจราวกับมวลตะไคร่น้ำจับหินโสโครก
ที่ทั้งโคลัมบัสและมาร์โคโปโลไม่เคยย่างเหยียบไปถึง
เสี้ยวเศษกระท่อนกระแท่นอันกระจัดกระจายของคำยกย่อง
เป็นเพียงละอองฝนที่พรำลงบนผืนดินแห้งผากรอคอย
ความชุ่มชื้นมาเนิ่นนานแสนนานจนกาลเวลาหมุนวน
แม้แต่กาลฤดูยังสับสนงงงวยกับความปร่าแปร่งนั้น
กวีนิพนธ์วรรคแล้วท่อนเล่าลั่นดาลออกมาจากห้วงสำนึก
ลึกลงใต้ก้นบึ้งแห่งตาน้ำที่ผุดอย่างมิหยุดหย่อนภายใน
ความรู้สึกอันอ่อนไหวนาทีแล้วนาทีเล่าถูกสกัดกลั่นกรอง
เป็นมหากาพย์รำพึงรำพันแห่งชีวิตอันไร้สาระบนโลกอนิจจัง
ป่าวประกาศถึงสุนทรียภาพแห่งความงามและอัปลักษณ์
ความดี ความชั่ว ความทุกข์ ความโศกและความปลื้มปีติ
ซะการีย์ยา อมตยา
Filed under: My Poetry | Tagged: กวี, กวีนิพนธ์, บทกวี, Poem, Poet, Poetry | 2 Comments »


